ThaiLand

ไทยกัมพูชา – เจอคนจริง "บัวขาว"ตอกกลับเกรียนคีย์บอร์ด"กัมพูชา"หลังเคลม"มวยไทย"พัฒนาจาก"กุนขแมร์" | TOP HIGHLIGHT

มาดูบทความ “ไทยกัมพูชา – เจอคนจริง "บัวขาว"ตอกกลับเกรียนคีย์บอร์ด"กัมพูชา"หลังเคลม"มวยไทย"พัฒนาจาก"กุนขแมร์" | TOP HIGHLIGHT” ที่รวบรวมโดย Đại Lý hyundai จากแหล่งต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ผู้แต่ง TOP NEWS LIVE มียอดวิวสูงบนแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์ก

Nội dung

การอ้างอิงวิดีโอ ไทยกัมพูชา – เจอคนจริง "บัวขาว"ตอกกลับเกรียนคีย์บอร์ด"กัมพูชา"หลังเคลม"มวยไทย"พัฒนาจาก"กุนขแมร์" | TOP HIGHLIGHT

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ไทยกัมพูชา – เจอคนจริง "บัวขาว"ตอกกลับเกรียนคีย์บอร์ด"กัมพูชา"หลังเคลม"มวยไทย"พัฒนาจาก"กุนขแมร์" | TOP HIGHLIGHT

จากกรณีดราม่าเดือด ซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ปี 2023 ที่ประเทศกัมพูชา จะงดใช้ชื่อมวยแล้ว ใช้ชื่อ “คุนเขมร” ศิลปะป้องกันตัวของกัมพูชาแทน ทำให้มีรายงานว่าไทยจะไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงแอบอ้างนำภาพซึ่งเป็นเหตุให้ โลกโซเชียลวิจารณ์ว่าถูกเขมรหักหน้าโดยมีการตัดต่อภาพในโลกออนไลน์ อ้างเป็นศิลปะป้องกันตัวเขมร “โบกาเตอร์” ทำให้ชาวเน็ตไทยตั้งฉายา “เคลมโบเดีย” เช่นกัน ขณะที่ ร.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ ย้ายไป โพสต์เฟซบุ๊ก บัญชาเมฆยิม (Buakaw Banchamek, Buakaw Banchamek) ระบุว่า “ศาสตร์และศิลป์ของมวยไทย” พร้อมภาพมวย และไหว้ครูมวยไทย แต่ปรากฎว่า มีแฟนมวยชาวกัมพูชาคอมเมนต์ว่า “คุนเขมร” จนเพจของบัวขาวตอบกลับไปว่ามวยไทย (มวยไทย) โดยบัวขาวเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของชาวกูยที่นิยมเลี้ยงช้างซึ่งสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ชาวกูยออกไปจับช้างป่าด้วยการโหนสลิง ด้วยเชือกที่ทำด้วยหนังควายถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สถิตของดวงวิญญาณ เมื่อได้ช้าง มาก็ฝึกใช้ พงศาวดารเมืองใกล้เคียงบันทึกไว้ว่าในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ กษัตริย์ขอมแห่งพระนครขอให้ชาวกุยแห่งตะบองขนุน (ชุมชนกูยทางตอนใต้ของแขวงจำปาสัก) ส่งกองทัพไปช่วยปราบปรามกบฏในพระนคร ชาวกุยเข้าร่วมขับไล่ ศัตรูจนบ้านเมืองของเขมรกลับคืนสู่ปกติสุข หลักฐานนี้แสดงให้เห็นว่าในขณะที่ชาวไทยหรือชาวสยามทำสงครามกับขอมเพื่อตั้งนครรัฐสุโขทัย ชาวกูย เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ในลุ่มน้ำโขงตอนล่างแข็งตัวแล้วพบการตั้งถิ่นฐานเป็นส่วนใหญ่ ตลอดแนวลุ่มแม่น้ำโขงแม่น้ำทุกสายที่แยกจากแม่น้ำ ได้แก่ อุบล ท่าตูม โพธิ์ศรีสุวรรณ เมืองจันทร์ ห้วยทับทัน สำโรงทาบ และตามลำน้ำจนถึงจังหวัดนครราชสีมา ตลอดแนวแม่น้ำเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชาวกุยในรัฐอัสสัมถูกชนเผ่าอารยะรุกราน จนบางส่วนต้องละทิ้งถิ่นฐานอพยพข้ามแม่น้ำโขงที่เคยตั้งเป็นอาณาจักร การตั้งถิ่นฐานเดิมอยู่ทางเหนือของเมืองกำปงธม ประเทศกัมพูชา ในพุทธศตวรรษที่ 20 พระองค์เคยส่งทูตมาติดต่อค้าขายกับอยุธยาและช่วยกษัตริย์ขอมปราบปรามกบฏ ต่อมาเขมรใช้กำลังทหารปราบปรามชาวกูยและรวมเข้ากับเขมร ด้วยความชอบอิสระและรักการผจญภัยได้อพยพขึ้นเหนือเข้าสู่เมืองอัตตะบือ สันแป จำปาศักดิ์ และเมืองสารวันทางตอนใต้ของลาว แต่ถูกปกครองโดยเจ้าเมืองศรีสัตตนา กระท่อม (เมืองเวียงจันทน์) ปราบปรามและขับไล่ จึงได้อพยพตามลำน้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานในภาคอีสานบริเวณฝั่งแก่งสะพือ อำเภอโขงเจียม ได้ตั้งถิ่นฐานและปลูกบ้านเรือนบริเวณนี้เมื่อ พ.ศ. 1974 (ปีกุน) ตามหลักฐานกฎหมายกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1974 พ.ศ. 1974 กล่าวถึงกษัตริย์ขอม ที่นครธม. ขอให้เจ้ากวยแห่งกระบองกับเมืองสำคัญทางตอนใต้ของนครจำปาสักส่งทหารมาช่วยปราบกบฏได้สำเร็จประมุขทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และออกกฎหมายให้ชาวสยามไม่ให้ยกลูกสาวให้ฝรั่งอังกฤษ วิลันดา พิธาน กุลา มลายู แขก กวย และแก้ว ซึ่งเป็นคนต่างด้าวต่างศาสนา (ที่มา: เอกสารโครงการแผนที่ชาติพันธุ์ชายแดนไทย-กัมพูชาความร่วมมือ ระหว่างสถาบันวิจัยภาษาและการพัฒนาเพื่อการพัฒนาชนบท ม.มหิดล) พ.ศ. 2543 พงศาวดารละแวกกล่าวถึงกษัตริย์ขอมคือพระเจ้าธรรมราชา ซึ่งครองราชย์อยู่ในพระนครได้ส่งทูตไปขอกองทัพจากพระเจ้ากวยแห่งตะบองคำรุม มีเมืองสำคัญทางตอนใต้คือนครจำปาสักส่งทหารมาช่วยปราบกบฏ เมื่อกองทัพของพระเจ้าธรรมราชาและเจ้ากวยแห่งพระตะบองปราบกบฏได้สำเร็จ ประมุขแห่งรัฐทั้งสองก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ (ที่มาไทย: ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม 2533:35-36) 1560 หลักฐานสนับสนุนแนวคิดนี้คือ พงศาวดารล้านช้าง กล่าวว่า “ใน ในปี พ.ศ. 2103 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชต้องระงับข่าว และชนเผ่าต่าง ๆ ที่สร้างบ้านสร้างเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของเวียงจันทน์ และสุดท้ายก็หายสาบสูญไปขณะยกทัพไปปราบปรามชาวข่าที่ตำบลอัตบุ (แหล่งไทย: ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม 2533:35-36) 1571 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (จาก อาณาจักรล้านช้าง) เสด็จออกไปปราบกบฏที่เมืองรามรักกองและพ่ายแพ้ในศึกครั้งนั้น ชาวเมืองจึงอัญเชิญพระเจ้าแก้วโอรสของสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชที่เพิ่งประสูติขึ้นครองราชสมบัติ (ที่มา: จากประวัติศาสตร์การก่อตั้งอาณาจักรล้านช้าง ประเทศลาว) พ.ศ. 2200 จนถึงปลายกรุงศรีอยุธยา จากจังหวัดอุบลราชธานีถึงจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ที่ดังคือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ คือชาวกูยในแผ่นดิน บ้านโคกยาง (สังขะ) บ้านกุดกว้าง (รัตนบุรี) และบ้านโคกลำดวน (เมืองขุขันธ์) จังหวัดศรีสะเกษ Guy Nur พบที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ และ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ กูมัยพบที่อำเภออุทุมพรพิสัย และอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ยามาไฮพบที่อำเภอเมืองจันท์ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณ ตำบลเมืองจันทร์ และ บ้านโนนธาตุ ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ กวยปรือใหญ่ พบที่ อำเภอขุขันธ์ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของพนมดงรักมาช้านาน . โดยเฉพาะตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ. #บัวขาว #กัมพูชา #มวยไทย ——————————————– —————————— YOUTUBE : FACEBOOK : LINE : bit.ly/LINExTOPTV IG : TWITTER : . . เว็บไซต์ : แอป ข่าวเด่น : . ช่อง 658: กล่อง AIS ช่อง 210: IPM . . ติดต่อลงโฆษณา worarak@topnews.co.th

ค้นหาบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับคีย์เวิร์ด ไทยกัมพูชา

ด้านล่างนี้คือผลการค้นหาสำหรับคำหลัก “ไทยกัมพูชา” จากหน้า Wikipedia ThaiLand ที่มีการค้นหามากที่สุดใน Google

Related Articles

ดูโพสต์ที่เจาะจงมากขึ้น

รูปภาพของ ไทยกัมพูชา

ไทยกัมพูชา
ไทยกัมพูชา

แหล่งที่มาของวิดีโอ เจอคนจริง "บัวขาว"ตอกกลับเกรียนคีย์บอร์ด"กัมพูชา"หลังเคลม"มวยไทย"พัฒนาจาก"กุนขแมร์" | TOP HIGHLIGHT

https://www.youtube.com/watch?v=ZXALDQ9JWcc

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ เจอคนจริง "บัวขาว"ตอกกลับเกรียนคีย์บอร์ด"กัมพูชา"หลังเคลม"มวยไทย"พัฒนาจาก"กุนขแมร์" | TOP HIGHLIGHT

  • ผู้แต่ง: TOP NEWS LIVE
  • จำนวนการดู: 172580
  • อัตรา: 5.00
  • ชอบ: 3290
  • ไม่ชอบ:
  • ค้นหาคำสำคัญ: TOP NEWS,การเมือง,ข่าว,บัวขาว,กัมพูชา,มวยไทย,กุนขแมร์
  • คีย์เวิร์ดอื่นๆ: ไทยกัมพูชา
  • คำอธิบายวิดีโอ: จากกรณีดราม่าเดือด ซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ปี 2023 ที่ประเทศกัมพูชา จะงดใช้ชื่อมวยแล้ว ใช้ชื่อ “คุนเขมร” ศิลปะป้องกันตัวของกัมพูชาแทน ทำให้มีรายงานว่าไทยจะไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงแอบอ้างนำภาพซึ่งเป็นเหตุให้ โลกโซเชียลวิจารณ์ว่าถูกเขมรหักหน้าโดยมีการตัดต่อภาพในโลกออนไลน์ อ้างเป็นศิลปะป้องกันตัวเขมร “โบกาเตอร์” ทำให้ชาวเน็ตไทยตั้งฉายา “เคลมโบเดีย” เช่นกัน ขณะที่ ร.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ ย้ายไป โพสต์เฟซบุ๊ก บัญชาเมฆยิม (Buakaw Banchamek, Buakaw Banchamek) ระบุว่า “ศาสตร์และศิลป์ของมวยไทย” พร้อมภาพมวย และไหว้ครูมวยไทย แต่ปรากฎว่า มีแฟนมวยชาวกัมพูชาคอมเมนต์ว่า “คุนเขมร” จนเพจของบัวขาวตอบกลับไปว่ามวยไทย (มวยไทย) โดยบัวขาวเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของชาวกูยที่นิยมเลี้ยงช้างซึ่งสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ชาวกูยออกไปจับช้างป่าด้วยการโหนสลิง ด้วยเชือกที่ทำด้วยหนังควายถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สถิตของดวงวิญญาณ เมื่อได้ช้าง มาก็ฝึกใช้ พงศาวดารเมืองใกล้เคียงบันทึกไว้ว่าในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ กษัตริย์ขอมแห่งพระนครขอให้ชาวกุยแห่งตะบองขนุน (ชุมชนกูยทางตอนใต้ของแขวงจำปาสัก) ส่งกองทัพไปช่วยปราบปรามกบฏในพระนคร ชาวกุยเข้าร่วมขับไล่ ศัตรูจนบ้านเมืองของเขมรกลับคืนสู่ปกติสุข หลักฐานนี้แสดงให้เห็นว่าในขณะที่ชาวไทยหรือชาวสยามทำสงครามกับขอมเพื่อตั้งนครรัฐสุโขทัย ชาวกูย เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ในลุ่มน้ำโขงตอนล่างแข็งตัวแล้วพบการตั้งถิ่นฐานเป็นส่วนใหญ่ ตลอดแนวลุ่มแม่น้ำโขงแม่น้ำทุกสายที่แยกจากแม่น้ำ ได้แก่ อุบล ท่าตูม โพธิ์ศรีสุวรรณ เมืองจันทร์ ห้วยทับทัน สำโรงทาบ และตามลำน้ำจนถึงจังหวัดนครราชสีมา ตลอดแนวแม่น้ำเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชาวกุยในรัฐอัสสัมถูกชนเผ่าอารยะรุกราน จนบางส่วนต้องละทิ้งถิ่นฐานอพยพข้ามแม่น้ำโขงที่เคยตั้งเป็นอาณาจักร การตั้งถิ่นฐานเดิมอยู่ทางเหนือของเมืองกำปงธม ประเทศกัมพูชา ในพุทธศตวรรษที่ 20 พระองค์เคยส่งทูตมาติดต่อค้าขายกับอยุธยาและช่วยกษัตริย์ขอมปราบปรามกบฏ ต่อมาเขมรใช้กำลังทหารปราบปรามชาวกูยและรวมเข้ากับเขมร ด้วยความชอบอิสระและรักการผจญภัยได้อพยพขึ้นเหนือเข้าสู่เมืองอัตตะบือ สันแป จำปาศักดิ์ และเมืองสารวันทางตอนใต้ของลาว แต่ถูกปกครองโดยเจ้าเมืองศรีสัตตนา กระท่อม (เมืองเวียงจันทน์) ปราบปรามและขับไล่ จึงได้อพยพตามลำน้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานในภาคอีสานบริเวณฝั่งแก่งสะพือ อำเภอโขงเจียม ได้ตั้งถิ่นฐานและปลูกบ้านเรือนบริเวณนี้เมื่อ พ.ศ. 1974 (ปีกุน) ตามหลักฐานกฎหมายกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1974 พ.ศ. 1974 กล่าวถึงกษัตริย์ขอม ที่นครธม. ขอให้เจ้ากวยแห่งกระบองกับเมืองสำคัญทางตอนใต้ของนครจำปาสักส่งทหารมาช่วยปราบกบฏได้สำเร็จประมุขทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และออกกฎหมายให้ชาวสยามไม่ให้ยกลูกสาวให้ฝรั่งอังกฤษ วิลันดา พิธาน กุลา มลายู แขก กวย และแก้ว ซึ่งเป็นคนต่างด้าวต่างศาสนา (ที่มา: เอกสารโครงการแผนที่ชาติพันธุ์ชายแดนไทย-กัมพูชาความร่วมมือ ระหว่างสถาบันวิจัยภาษาและการพัฒนาเพื่อการพัฒนาชนบท ม.มหิดล) พ.ศ. 2543 พงศาวดารละแวกกล่าวถึงกษัตริย์ขอมคือพระเจ้าธรรมราชา ซึ่งครองราชย์อยู่ในพระนครได้ส่งทูตไปขอกองทัพจากพระเจ้ากวยแห่งตะบองคำรุม มีเมืองสำคัญทางตอนใต้คือนครจำปาสักส่งทหารมาช่วยปราบกบฏ เมื่อกองทัพของพระเจ้าธรรมราชาและเจ้ากวยแห่งพระตะบองปราบกบฏได้สำเร็จ ประมุขแห่งรัฐทั้งสองก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ (ที่มาไทย: ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม 2533:35-36) 1560 หลักฐานสนับสนุนแนวคิดนี้คือ พงศาวดารล้านช้าง กล่าวว่า “ใน ในปี พ.ศ. 2103 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชต้องระงับข่าว และชนเผ่าต่าง ๆ ที่สร้างบ้านสร้างเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของเวียงจันทน์ และสุดท้ายก็หายสาบสูญไปขณะยกทัพไปปราบปรามชาวข่าที่ตำบลอัตบุ (แหล่งไทย: ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม 2533:35-36) 1571 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (จาก อาณาจักรล้านช้าง) เสด็จออกไปปราบกบฏที่เมืองรามรักกองและพ่ายแพ้ในศึกครั้งนั้น ชาวเมืองจึงอัญเชิญพระเจ้าแก้วโอรสของสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชที่เพิ่งประสูติขึ้นครองราชสมบัติ (ที่มา: จากประวัติศาสตร์การก่อตั้งอาณาจักรล้านช้าง ประเทศลาว) พ.ศ. 2200 จนถึงปลายกรุงศรีอยุธยา จากจังหวัดอุบลราชธานีถึงจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ที่ดังคือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ คือชาวกูยในแผ่นดิน บ้านโคกยาง (สังขะ) บ้านกุดกว้าง (รัตนบุรี) และบ้านโคกลำดวน (เมืองขุขันธ์) จังหวัดศรีสะเกษ Guy Nur พบที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ และ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ กูมัยพบที่อำเภออุทุมพรพิสัย และอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ยามาไฮพบที่อำเภอเมืองจันท์ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณ ตำบลเมืองจันทร์ และ บ้านโนนธาตุ ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ กวยปรือใหญ่ พบที่ อำเภอขุขันธ์ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของพนมดงรักมาช้านาน . โดยเฉพาะตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ. #บัวขาว #กัมพูชา #มวยไทย ——————————————– —————————— YOUTUBE : FACEBOOK : LINE : bit.ly/LINExTOPTV IG : TWITTER : . . เว็บไซต์ : แอป ข่าวเด่น : . ช่อง 658: กล่อง AIS ช่อง 210: IPM . . ติดต่อลงโฆษณา worarak@topnews.co.th

จากกรณีดราม่าเดือด ซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ปี 2023 ที่ประเทศกัมพูชา จะงดใช้ชื่อมวยแล้ว ใช้ชื่อ “คุนเขมร” ศิลปะป้องกันตัวของกัมพูชาแทน ทำให้มีรายงานว่าไทยจะไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงแอบอ้างนำภาพซึ่งเป็นเหตุให้ โลกโซเชียลวิจารณ์ว่าถูกเขมรหักหน้าโดยมีการตัดต่อภาพในโลกออนไลน์ อ้างเป็นศิลปะป้องกันตัวเขมร “โบกาเตอร์” ทำให้ชาวเน็ตไทยตั้งฉายา “เคลมโบเดีย” เช่นกัน ขณะที่ ร.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ ย้ายไป โพสต์เฟซบุ๊ก บัญชาเมฆยิม (Buakaw Banchamek, Buakaw Banchamek) ระบุว่า “ศาสตร์และศิลป์ของมวยไทย” พร้อมภาพมวย และไหว้ครูมวยไทย แต่ปรากฎว่า มีแฟนมวยชาวกัมพูชาคอมเมนต์ว่า “คุนเขมร” จนเพจของบัวขาวตอบกลับไปว่ามวยไทย (มวยไทย) โดยบัวขาวเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของชาวกูยที่นิยมเลี้ยงช้างซึ่งสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ชาวกูยออกไปจับช้างป่าด้วยการโหนสลิง ด้วยเชือกที่ทำด้วยหนังควายถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สถิตของดวงวิญญาณ เมื่อได้ช้าง มาก็ฝึกใช้ พงศาวดารเมืองใกล้เคียงบันทึกไว้ว่าในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ กษัตริย์ขอมแห่งพระนครขอให้ชาวกุยแห่งตะบองขนุน (ชุมชนกูยทางตอนใต้ของแขวงจำปาสัก) ส่งกองทัพไปช่วยปราบปรามกบฏในพระนคร ชาวกุยเข้าร่วมขับไล่ ศัตรูจนบ้านเมืองของเขมรกลับคืนสู่ปกติสุข หลักฐานนี้แสดงให้เห็นว่าในขณะที่ชาวไทยหรือชาวสยามทำสงครามกับขอมเพื่อตั้งนครรัฐสุโขทัย ชาวกูย เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ในลุ่มน้ำโขงตอนล่างแข็งตัวแล้วพบการตั้งถิ่นฐานเป็นส่วนใหญ่ ตลอดแนวลุ่มแม่น้ำโขงแม่น้ำทุกสายที่แยกจากแม่น้ำ ได้แก่ อุบล ท่าตูม โพธิ์ศรีสุวรรณ เมืองจันทร์ ห้วยทับทัน สำโรงทาบ และตามลำน้ำจนถึงจังหวัดนครราชสีมา ตลอดแนวแม่น้ำเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชาวกุยในรัฐอัสสัมถูกชนเผ่าอารยะรุกราน จนบางส่วนต้องละทิ้งถิ่นฐานอพยพข้ามแม่น้ำโขงที่เคยตั้งเป็นอาณาจักร การตั้งถิ่นฐานเดิมอยู่ทางเหนือของเมืองกำปงธม ประเทศกัมพูชา ในพุทธศตวรรษที่ 20 พระองค์เคยส่งทูตมาติดต่อค้าขายกับอยุธยาและช่วยกษัตริย์ขอมปราบปรามกบฏ ต่อมาเขมรใช้กำลังทหารปราบปรามชาวกูยและรวมเข้ากับเขมร ด้วยความชอบอิสระและรักการผจญภัยได้อพยพขึ้นเหนือเข้าสู่เมืองอัตตะบือ สันแป จำปาศักดิ์ และเมืองสารวันทางตอนใต้ของลาว แต่ถูกปกครองโดยเจ้าเมืองศรีสัตตนา กระท่อม (เมืองเวียงจันทน์) ปราบปรามและขับไล่ จึงได้อพยพตามลำน้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานในภาคอีสานบริเวณฝั่งแก่งสะพือ อำเภอโขงเจียม ได้ตั้งถิ่นฐานและปลูกบ้านเรือนบริเวณนี้เมื่อ พ.ศ. 1974 (ปีกุน) ตามหลักฐานกฎหมายกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1974 พ.ศ. 1974 กล่าวถึงกษัตริย์ขอม ที่นครธม. ขอให้เจ้ากวยแห่งกระบองกับเมืองสำคัญทางตอนใต้ของนครจำปาสักส่งทหารมาช่วยปราบกบฏได้สำเร็จประมุขทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และออกกฎหมายให้ชาวสยามไม่ให้ยกลูกสาวให้ฝรั่งอังกฤษ วิลันดา พิธาน กุลา มลายู แขก กวย และแก้ว ซึ่งเป็นคนต่างด้าวต่างศาสนา (ที่มา: เอกสารโครงการแผนที่ชาติพันธุ์ชายแดนไทย-กัมพูชาความร่วมมือ ระหว่างสถาบันวิจัยภาษาและการพัฒนาเพื่อการพัฒนาชนบท ม.มหิดล) พ.ศ. 2543 พงศาวดารละแวกกล่าวถึงกษัตริย์ขอมคือพระเจ้าธรรมราชา ซึ่งครองราชย์อยู่ในพระนครได้ส่งทูตไปขอกองทัพจากพระเจ้ากวยแห่งตะบองคำรุม มีเมืองสำคัญทางตอนใต้คือนครจำปาสักส่งทหารมาช่วยปราบกบฏ เมื่อกองทัพของพระเจ้าธรรมราชาและเจ้ากวยแห่งพระตะบองปราบกบฏได้สำเร็จ ประมุขแห่งรัฐทั้งสองก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ (ที่มาไทย: ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม 2533:35-36) 1560 หลักฐานสนับสนุนแนวคิดนี้คือ พงศาวดารล้านช้าง กล่าวว่า “ใน ในปี พ.ศ. 2103 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชต้องระงับข่าว และชนเผ่าต่าง ๆ ที่สร้างบ้านสร้างเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของเวียงจันทน์ และสุดท้ายก็หายสาบสูญไปขณะยกทัพไปปราบปรามชาวข่าที่ตำบลอัตบุ (แหล่งไทย: ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม 2533:35-36) 1571 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (จาก อาณาจักรล้านช้าง) เสด็จออกไปปราบกบฏที่เมืองรามรักกองและพ่ายแพ้ในศึกครั้งนั้น ชาวเมืองจึงอัญเชิญพระเจ้าแก้วโอรสของสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชที่เพิ่งประสูติขึ้นครองราชสมบัติ (ที่มา: จากประวัติศาสตร์การก่อตั้งอาณาจักรล้านช้าง ประเทศลาว) พ.ศ. 2200 จนถึงปลายกรุงศรีอยุธยา จากจังหวัดอุบลราชธานีถึงจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ที่ดังคือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ คือชาวกูยในแผ่นดิน บ้านโคกยาง (สังขะ) บ้านกุดกว้าง (รัตนบุรี) และบ้านโคกลำดวน (เมืองขุขันธ์) จังหวัดศรีสะเกษ Guy Nur พบที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ และ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ กูมัยพบที่อำเภออุทุมพรพิสัย และอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ยามาไฮพบที่อำเภอเมืองจันท์ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณ ตำบลเมืองจันทร์ และ บ้านโนนธาตุ ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ กวยปรือใหญ่ พบที่ อำเภอขุขันธ์ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของพนมดงรักมาช้านาน . โดยเฉพาะตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ. #บัวขาว #กัมพูชา #มวยไทย ——————————————– —————————— YOUTUBE : FACEBOOK : LINE : bit.ly/LINExTOPTV IG : TWITTER : . . เว็บไซต์ : แอป ข่าวเด่น : . ช่อง 658: กล่อง AIS ช่อง 210: IPM . . ติดต่อลงโฆษณา worarak@topnews.co.th

จากกรณีดราม่าเดือด ซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ปี 2023 ที่ประเทศกัมพูชา จะงดใช้ชื่อมวยแล้ว ใช้ชื่อ “คุนเขมร” ศิลปะป้องกันตัวของกัมพูชาแทน ทำให้มีรายงานว่าไทยจะไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงแอบอ้างนำภาพซึ่งเป็นเหตุให้ โลกโซเชียลวิจารณ์ว่าถูกเขมรหักหน้าโดยมีการตัดต่อภาพในโลกออนไลน์ อ้างเป็นศิลปะป้องกันตัวเขมร “โบกาเตอร์” ทำให้ชาวเน็ตไทยตั้งฉายา “เคลมโบเดีย” เช่นกัน ขณะที่ ร.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ ย้ายไป โพสต์เฟซบุ๊ก บัญชาเมฆยิม (Buakaw Banchamek, Buakaw Banchamek) ระบุว่า “ศาสตร์และศิลป์ของมวยไทย” พร้อมภาพมวย และไหว้ครูมวยไทย แต่ปรากฎว่า มีแฟนมวยชาวกัมพูชาคอมเมนต์ว่า “คุนเขมร” จนเพจของบัวขาวตอบกลับไปว่ามวยไทย (มวยไทย) โดยบัวขาวเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของชาวกูยที่นิยมเลี้ยงช้างซึ่งสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ชาวกูยออกไปจับช้างป่าด้วยการโหนสลิง ด้วยเชือกที่ทำด้วยหนังควายถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สถิตของดวงวิญญาณ เมื่อได้ช้าง มาก็ฝึกใช้ พงศาวดารเมืองใกล้เคียงบันทึกไว้ว่าในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ กษัตริย์ขอมแห่งพระนครขอให้ชาวกุยแห่งตะบองขนุน (ชุมชนกูยทางตอนใต้ของแขวงจำปาสัก) ส่งกองทัพไปช่วยปราบปรามกบฏในพระนคร ชาวกุยเข้าร่วมขับไล่ ศัตรูจนบ้านเมืองของเขมรกลับคืนสู่ปกติสุข หลักฐานนี้แสดงให้เห็นว่าในขณะที่ชาวไทยหรือชาวสยามทำสงครามกับขอมเพื่อตั้งนครรัฐสุโขทัย ชาวกูย เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ในลุ่มน้ำโขงตอนล่างแข็งตัวแล้วพบการตั้งถิ่นฐานเป็นส่วนใหญ่ ตลอดแนวลุ่มแม่น้ำโขงแม่น้ำทุกสายที่แยกจากแม่น้ำ ได้แก่ อุบล ท่าตูม โพธิ์ศรีสุวรรณ เมืองจันทร์ ห้วยทับทัน สำโรงทาบ และตามลำน้ำจนถึงจังหวัดนครราชสีมา ตลอดแนวแม่น้ำเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชาวกุยในรัฐอัสสัมถูกชนเผ่าอารยะรุกราน จนบางส่วนต้องละทิ้งถิ่นฐานอพยพข้ามแม่น้ำโขงที่เคยตั้งเป็นอาณาจักร การตั้งถิ่นฐานเดิมอยู่ทางเหนือของเมืองกำปงธม ประเทศกัมพูชา ในพุทธศตวรรษที่ 20 พระองค์เคยส่งทูตมาติดต่อค้าขายกับอยุธยาและช่วยกษัตริย์ขอมปราบปรามกบฏ ต่อมาเขมรใช้กำลังทหารปราบปรามชาวกูยและรวมเข้ากับเขมร ด้วยความชอบอิสระและรักการผจญภัยได้อพยพขึ้นเหนือเข้าสู่เมืองอัตตะบือ สันแป จำปาศักดิ์ และเมืองสารวันทางตอนใต้ของลาว แต่ถูกปกครองโดยเจ้าเมืองศรีสัตตนา กระท่อม (เมืองเวียงจันทน์) ปราบปรามและขับไล่ จึงได้อพยพตามลำน้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานในภาคอีสานบริเวณฝั่งแก่งสะพือ อำเภอโขงเจียม ได้ตั้งถิ่นฐานและปลูกบ้านเรือนบริเวณนี้เมื่อ พ.ศ. 1974 (ปีกุน) ตามหลักฐานกฎหมายกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1974 พ.ศ. 1974 กล่าวถึงกษัตริย์ขอม ที่นครธม. ขอให้เจ้ากวยแห่งกระบองกับเมืองสำคัญทางตอนใต้ของนครจำปาสักส่งทหารมาช่วยปราบกบฏได้สำเร็จประมุขทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และออกกฎหมายให้ชาวสยามไม่ให้ยกลูกสาวให้ฝรั่งอังกฤษ วิลันดา พิธาน กุลา มลายู แขก กวย และแก้ว ซึ่งเป็นคนต่างด้าวต่างศาสนา (ที่มา: เอกสารโครงการแผนที่ชาติพันธุ์ชายแดนไทย-กัมพูชาความร่วมมือ ระหว่างสถาบันวิจัยภาษาและการพัฒนาเพื่อการพัฒนาชนบท ม.มหิดล) พ.ศ. 2543 พงศาวดารละแวกกล่าวถึงกษัตริย์ขอมคือพระเจ้าธรรมราชา ซึ่งครองราชย์อยู่ในพระนครได้ส่งทูตไปขอกองทัพจากพระเจ้ากวยแห่งตะบองคำรุม มีเมืองสำคัญทางตอนใต้คือนครจำปาสักส่งทหารมาช่วยปราบกบฏ เมื่อกองทัพของพระเจ้าธรรมราชาและเจ้ากวยแห่งพระตะบองปราบกบฏได้สำเร็จ ประมุขแห่งรัฐทั้งสองก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ (ที่มาไทย: ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม 2533:35-36) 1560 หลักฐานสนับสนุนแนวคิดนี้คือ พงศาวดารล้านช้าง กล่าวว่า “ใน ในปี พ.ศ. 2103 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชต้องระงับข่าว และชนเผ่าต่าง ๆ ที่สร้างบ้านสร้างเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของเวียงจันทน์ และสุดท้ายก็หายสาบสูญไปขณะยกทัพไปปราบปรามชาวข่าที่ตำบลอัตบุ (แหล่งไทย: ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม 2533:35-36) 1571 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (จาก อาณาจักรล้านช้าง) เสด็จออกไปปราบกบฏที่เมืองรามรักกองและพ่ายแพ้ในศึกครั้งนั้น ชาวเมืองจึงอัญเชิญพระเจ้าแก้วโอรสของสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชที่เพิ่งประสูติขึ้นครองราชสมบัติ (ที่มา: จากประวัติศาสตร์การก่อตั้งอาณาจักรล้านช้าง ประเทศลาว) พ.ศ. 2200 จนถึงปลายกรุงศรีอยุธยา จากจังหวัดอุบลราชธานีถึงจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ที่ดังคือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ คือชาวกูยในแผ่นดิน บ้านโคกยาง (สังขะ) บ้านกุดกว้าง (รัตนบุรี) และบ้านโคกลำดวน (เมืองขุขันธ์) จังหวัดศรีสะเกษ Guy Nur พบที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ และ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ กูมัยพบที่อำเภออุทุมพรพิสัย และอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ยามาไฮพบที่อำเภอเมืองจันท์ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณ ตำบลเมืองจันทร์ และ บ้านโนนธาตุ ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ กวยปรือใหญ่ พบที่ อำเภอขุขันธ์ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของพนมดงรักมาช้านาน . โดยเฉพาะตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ. #บัวขาว #กัมพูชา #มวยไทย ——————————————– —————————— YOUTUBE : FACEBOOK : LINE : bit.ly/LINExTOPTV IG : TWITTER : . . เว็บไซต์ : แอป ข่าวเด่น : . ช่อง 658: กล่อง AIS ช่อง 210: IPM . . ติดต่อลงโฆษณา worarak@topnews.co.th

จากกรณีดราม่าเดือด ซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ปี 2023 ที่ประเทศกัมพูชา จะงดใช้ชื่อมวยแล้ว ใช้ชื่อ “คุนเขมร” ศิลปะป้องกันตัวของกัมพูชาแทน ทำให้มีรายงานว่าไทยจะไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงแอบอ้างนำภาพซึ่งเป็นเหตุให้ โลกโซเชียลวิจารณ์ว่าถูกเขมรหักหน้าโดยมีการตัดต่อภาพในโลกออนไลน์ อ้างเป็นศิลปะป้องกันตัวเขมร “โบกาเตอร์” ทำให้ชาวเน็ตไทยตั้งฉายา “เคลมโบเดีย” เช่นกัน ขณะที่ ร.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ ย้ายไป โพสต์เฟซบุ๊ก บัญชาเมฆยิม (Buakaw Banchamek, Buakaw Banchamek) ระบุว่า “ศาสตร์และศิลป์ของมวยไทย” พร้อมภาพมวย และไหว้ครูมวยไทย แต่ปรากฎว่า มีแฟนมวยชาวกัมพูชาคอมเมนต์ว่า “คุนเขมร” จนเพจของบัวขาวตอบกลับไปว่ามวยไทย (มวยไทย) โดยบัวขาวเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของชาวกูยที่นิยมเลี้ยงช้างซึ่งสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ชาวกูยออกไปจับช้างป่าด้วยการโหนสลิง ด้วยเชือกที่ทำด้วยหนังควายถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สถิตของดวงวิญญาณ เมื่อได้ช้าง มาก็ฝึกใช้ พงศาวดารเมืองใกล้เคียงบันทึกไว้ว่าในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ กษัตริย์ขอมแห่งพระนครขอให้ชาวกุยแห่งตะบองขนุน (ชุมชนกูยทางตอนใต้ของแขวงจำปาสัก) ส่งกองทัพไปช่วยปราบปรามกบฏในพระนคร ชาวกุยเข้าร่วมขับไล่ ศัตรูจนบ้านเมืองของเขมรกลับคืนสู่ปกติสุข หลักฐานนี้แสดงให้เห็นว่าในขณะที่ชาวไทยหรือชาวสยามทำสงครามกับขอมเพื่อตั้งนครรัฐสุโขทัย ชาวกูย เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ในลุ่มน้ำโขงตอนล่างแข็งตัวแล้วพบการตั้งถิ่นฐานเป็นส่วนใหญ่ ตลอดแนวลุ่มแม่น้ำโขงแม่น้ำทุกสายที่แยกจากแม่น้ำ ได้แก่ อุบล ท่าตูม โพธิ์ศรีสุวรรณ เมืองจันทร์ ห้วยทับทัน สำโรงทาบ และตามลำน้ำจนถึงจังหวัดนครราชสีมา ตลอดแนวแม่น้ำเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชาวกุยในรัฐอัสสัมถูกชนเผ่าอารยะรุกราน จนบางส่วนต้องละทิ้งถิ่นฐานอพยพข้ามแม่น้ำโขงที่เคยตั้งเป็นอาณาจักร การตั้งถิ่นฐานเดิมอยู่ทางเหนือของเมืองกำปงธม ประเทศกัมพูชา ในพุทธศตวรรษที่ 20 พระองค์เคยส่งทูตมาติดต่อค้าขายกับอยุธยาและช่วยกษัตริย์ขอมปราบปรามกบฏ ต่อมาเขมรใช้กำลังทหารปราบปรามชาวกูยและรวมเข้ากับเขมร ด้วยความชอบอิสระและรักการผจญภัยได้อพยพขึ้นเหนือเข้าสู่เมืองอัตตะบือ สันแป จำปาศักดิ์ และเมืองสารวันทางตอนใต้ของลาว แต่ถูกปกครองโดยเจ้าเมืองศรีสัตตนา กระท่อม (เมืองเวียงจันทน์) ปราบปรามและขับไล่ จึงได้อพยพตามลำน้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานในภาคอีสานบริเวณฝั่งแก่งสะพือ อำเภอโขงเจียม ได้ตั้งถิ่นฐานและปลูกบ้านเรือนบริเวณนี้เมื่อ พ.ศ. 1974 (ปีกุน) ตามหลักฐานกฎหมายกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1974 พ.ศ. 1974 กล่าวถึงกษัตริย์ขอม ที่นครธม. ขอให้เจ้ากวยแห่งกระบองกับเมืองสำคัญทางตอนใต้ของนครจำปาสักส่งทหารมาช่วยปราบกบฏได้สำเร็จประมุขทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และออกกฎหมายให้ชาวสยามไม่ให้ยกลูกสาวให้ฝรั่งอังกฤษ วิลันดา พิธาน กุลา มลายู แขก กวย และแก้ว ซึ่งเป็นคนต่างด้าวต่างศาสนา (ที่มา: เอกสารโครงการแผนที่ชาติพันธุ์ชายแดนไทย-กัมพูชาความร่วมมือ ระหว่างสถาบันวิจัยภาษาและการพัฒนาเพื่อการพัฒนาชนบท ม.มหิดล) พ.ศ. 2543 พงศาวดารละแวกกล่าวถึงกษัตริย์ขอมคือพระเจ้าธรรมราชา ซึ่งครองราชย์อยู่ในพระนครได้ส่งทูตไปขอกองทัพจากพระเจ้ากวยแห่งตะบองคำรุม มีเมืองสำคัญทางตอนใต้คือนครจำปาสักส่งทหารมาช่วยปราบกบฏ เมื่อกองทัพของพระเจ้าธรรมราชาและเจ้ากวยแห่งพระตะบองปราบกบฏได้สำเร็จ ประมุขแห่งรัฐทั้งสองก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ (ที่มาไทย: ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม 2533:35-36) 1560 หลักฐานสนับสนุนแนวคิดนี้คือ พงศาวดารล้านช้าง กล่าวว่า “ใน ในปี พ.ศ. 2103 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชต้องระงับข่าว และชนเผ่าต่าง ๆ ที่สร้างบ้านสร้างเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของเวียงจันทน์ และสุดท้ายก็หายสาบสูญไปขณะยกทัพไปปราบปรามชาวข่าที่ตำบลอัตบุ (แหล่งไทย: ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม 2533:35-36) 1571 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (จาก อาณาจักรล้านช้าง) เสด็จออกไปปราบกบฏที่เมืองรามรักกองและพ่ายแพ้ในศึกครั้งนั้น ชาวเมืองจึงอัญเชิญพระเจ้าแก้วโอรสของสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชที่เพิ่งประสูติขึ้นครองราชสมบัติ (ที่มา: จากประวัติศาสตร์การก่อตั้งอาณาจักรล้านช้าง ประเทศลาว) พ.ศ. 2200 จนถึงปลายกรุงศรีอยุธยา จากจังหวัดอุบลราชธานีถึงจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ที่ดังคือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ คือชาวกูยในแผ่นดิน บ้านโคกยาง (สังขะ) บ้านกุดกว้าง (รัตนบุรี) และบ้านโคกลำดวน (เมืองขุขันธ์) จังหวัดศรีสะเกษ Guy Nur พบที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ และ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ กูมัยพบที่อำเภออุทุมพรพิสัย และอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ยามาไฮพบที่อำเภอเมืองจันท์ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณ ตำบลเมืองจันทร์ และ บ้านโนนธาตุ ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ กวยปรือใหญ่ พบที่ อำเภอขุขันธ์ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของพนมดงรักมาช้านาน . โดยเฉพาะตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ. #บัวขาว #กัมพูชา #มวยไทย ——————————————– —————————— YOUTUBE : FACEBOOK : LINE : bit.ly/LINExTOPTV IG : TWITTER : . . เว็บไซต์ : แอป ข่าวเด่น : . ช่อง 658: กล่อง AIS ช่อง 210: IPM . . ติดต่อลงโฆษณา worarak@topnews.co.th

แหล่งรวม: Đại lý hyundai Bình Dương

#เจอคนจรง #quotบวขาวquotตอกกลบเกรยนคยบอรดquotกมพชาquotหลงเคลมquotมวยไทยquotพฒนาจากquotกนขแมรquot #TOP #HIGHLIGHT

32 Comments

  1. คนไทยใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยถ้าจะนับประวัติเอาแค่ขุนศึกที่อยู่ประจำเท้าช้างทรงรวมถึงหางช้างคร่าวๆก้อยุคพระนเรศวรฯพระเจ้าตากฯแค่สองพระองค์นี้เขมรยังไม่เป็นประเทศเลยยังอยู่ใต้อิทธิพลของชาติไหนอยู่ด้วยซ้ำไปมั้ง พระเจ้าตากสั่งให้ไปตีก้อคงเพราะนิสัยแบบนี้รึเปล่าไม่รู้ได้คืบเอาศอกลามไปวา เห็นคนอื่นเงียบคงนึกว่าเค้ากลัวละมั้งยิ่งได้จีนมาช่วยและขึ้นศาลโลกชนะเอาใหญ่เลย เอาจริงๆวัฒนะธรรมต่างๆนั้นมันยังไม่มีประเทศเลยยิ่งแถวเขาพระวิหารนั่นยุคขอมเรืองอำนาจรึเปล่าแล้วเขมรไปไล่ตีปล้นยึดพื้นที่เค้าเพราะในสมัยก่อนมะนยังไม่มีประเทศเลย มันยุคขยายอำนาจตราบเท่ามาเจอยุคพวกล่าอณานิคมนี่ถ้าชาติเหล่านี้ไม่มา ผมว่าโซนนี้ทั้งหมดเป็นพี่น้องกันหมด มีแต่ชาติเหล้านี้แหละที่มายุแหย่เพิ่มอำนาจให้เค้าทะเลาะกันต่อ บ้าเค้าทะเลาะกันเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาถ้านับเวลาพันปีไม่อยู่หรอก พอถึงจุดๆหนึ่งคนเราจะเบื่อการทะเลาะรบราฆ่าฟันเอง แล้วหันมายุติสงครามทำการค้าร่วมกันอยู่ร่วมกัน ไม่ต้องอะไรลองสังเกตุเปรียบสัตว์ซักชนิดอาทิเช่นไก่ ลองสังเกตุเอาลูกไก่ที่ออกมาจากแม่เดียวกันโตมาพร้อมๆกันปะเด่วมันก้อจะคัดจ่าฝูงลองกันจนชนิดตีกันจนหัวเปิดก้อยังมี แต่เมื่อทุกอย่างลงตัวมันก้ออยู่ร่วมกันหากินด้วยกันเหมือนเดิมอย่างสันติ นี่แค่ลองเทียบพฤติกรรมของสัตว์แต่คนจะไวกว่าเพราะเป็นสัตว์ปนะเสริญมีความคิด ยิ่งทันศาสนาด้วยยั่งไงๆก้อสันติเกิดถ้าไม่มีคนต่างถิ่นมายุแยงตะแคงรั่ว….ทุกวันนี้ยังมีสังเกตุเพื่อนบ้านใกล้เตียงเราดิ แล้วลองคิดวิเคราะแยกแยะดูว่าจริงไม๊

  2. เขมรนี่ลักกินขโมยกินจริงๆ เขาพระวิหารก็ขโมยไปเเลัวนี้จะมาขโมยมวยไทยอีกไงครับ

  3. ทำไมเขาไม่สร้างกิมมิคของตัวเอง ไปเอาจมูกคนอื่นมาหายใจมันก็ไม่ใช่อยู่ดี

  4. เขมรคือตัวตลกในอาเซียน เราต้องโต้กลับให้เจ็บ เพราะถูกไอ้พวกนี้เล่นไทยมาตลอด ระดับโลกกับระดับหมูบ้านมันผิดกันนะเหมน

  5. กำแพงเก่ามันพึ่งค้นพบได้100ปีกับมวยไทยที่มีมาหลาย100ปีแค่นี้น่าจะเข้าใจนะเขมร

  6. เห็นคนไทยมีอะไรเด่นอะไรก็จะเอาดีเข้าตัวว่าต้นตอมาจากบ้านตัวเองแล้วน้อนนนสาวๆเขมรไม่อยากมีผัวไทยกันบ้างเหรอ😂😂😂

  7. มวยไทยกว่าจะเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลกก็ต้องใช้เวลานานมาก แต่เขมรจะมาเครมง่ายๆ แบบไม่ได้ใช้กำลังอะไรแค่คำพูดแบบง่าย มันง่ายเกินไป

  8. ในอดีตวัดเส้าหลินมีมวยสรรพ​สัตว์​ทั้ง มังกร เสือ สิงห์​ ลิง หนู งู กระเรียน อินทรี หมี เต่า9ล9 วัดเส้าหลินที่ตกต่ำทุกวันนี้​เพราะว่า มีครูมวยไก่ นำวิชามาแดนกรุงสุโขทัย​ ครูมวยหมูมาแดนพระตะบอง ครูมวยนกมาเมืองมอญ ครูมวยแพะมา มลายา ครูมวยทั้ง4เป็นพี่น้องกันทะเลาะกัน ว่าวิชาใครเหนือกว่าต่างสู้กันเสมอ เลยให้ชะตาฟ้ากำหนดอีก500ปี ศิษย์​ใครจะชนะ ระหว่าง💥มวย นก ไก่ หมู แพะ😂✨

  9. ลองให้กุล ขะแมร์ ยกทีมต่อยกับมวยไทย ดีมั้ย เอาให้รู้กันไปเลยว่าเป็นของใคร เอาให้น๊อคกันเลย เอาแบบคาดเชือกไม่ต้องใช้นวม

  10. ความจริง​ บัวขาว​ เป็นคนกัมพูชา​ เพราะเขาค้นพบว่ามีการสลักชื่อ​ บัวขาว​ ไว้ที่กำแพงวัดที่เขมรเมื่อ4000ปีที่แล้ว

  11. หากเป็นไปได้​อย่าส่งไปแ่ข่งเขรมอีกทุกชนิดกีฬา​จะดีมากต่อประเทศไทย​

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button