Video Review xe THAILAND

ซูซูกิ xl7 – Drive All Road SUZUKI XL7 ลองขับรถอเนกประสงค์หลากหลายเส้นทาง เขยิบราคาสีสันทูโทน ลุยตลาด Compact MPV

มาดูบทความ “ซูซูกิ xl7 – Drive All Road SUZUKI XL7 ลองขับรถอเนกประสงค์หลากหลายเส้นทาง เขยิบราคาสีสันทูโทน ลุยตลาด Compact MPV” ที่รวบรวมโดย Đại lý Hyundai Bình Dương จากแหล่งต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ผู้แต่ง Atiti Sasiroj มียอดวิวสูงบนแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์ก

Nội dung

การอ้างอิงวิดีโอ ซูซูกิ xl7 – Drive All Road SUZUKI XL7 ลองขับรถอเนกประสงค์หลากหลายเส้นทาง เขยิบราคาสีสันทูโทน ลุยตลาด Compact MPV

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ซูซูกิ xl7 – Drive All Road SUZUKI XL7 ลองขับรถอเนกประสงค์หลากหลายเส้นทาง เขยิบราคาสีสันทูโทน ลุยตลาด Compact MPV

กลางมีนาคม 2022 Suzuki Motor Thailand ปรับโฉม SUZUKI XL7 เพิ่มสีทูโทน ต่อยอดความนิยมในตลาดรถยนต์เอนกประสงค์ เอ็มพีวี 3 แถว 7 ที่นั่ง เน้นสมรรถนะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคนี้ในสไตล์ Multi-Dynamic Crossover ราคาเริ่มต้นที่ 799,000 บาท เล็งเพิ่ม ส่วนแบ่งในตลาด MPV ขนาดกะทัดรัดหลังจากได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย ทำให้ XL7 เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ การันตีคุณภาพและความนิยมด้วยยอดขายสะสมกว่า 6,000 คันในประเทศไทย ตั้งแต่การเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในช่วงกลางปี ​​2020 ภายใต้สไตล์ Multi-Dynamic Crossover ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานเทคโนโลยีที่ครบครัน โดดเด่นภายใต้แนวคิด THINK XL ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่น ล่าสุด ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในรถเอสยูวีขนาดกะทัดรัด โดยเปิดตัว ซูซูกิ XL7 สีใหม่ สไตล์ทูโทน โดย มร. มิโนรุ อามาโนะ ประธานบริษัทซูซูกิ บริษัท มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความร้อนแรงของตลาด MPV SUV หลายค่ายได้ส่งผู้เล่นรายใหม่มาแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ขับเคลื่อนกลุ่มนี้ให้เติบโตต่อไป เป็นการดีสำหรับผู้บริโภคที่จะมีทางเลือกมากขึ้น โดย SUZUKI XL7 จะมีความโดดเด่นและดุดันมากขึ้น ในขณะที่ยังคงสมรรถนะตามปกติของ SUZUKI XL7 ไว้ Multi-Dynamic Crossover” นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI XL7 โดดเด่นด้วยสีทูโทน หลังคาสีดำตัดกับสีของตัวรถ เสริมความสปอร์ตด้วยกระจกมองข้างสีดำคมและกระจังหน้าดุดันด้วยดีไซน์สปอร์ตสีดำผสมโครเมียม ปรับมุมไฟต่ำให้สอดคล้องกับไฟหน้าแบบ LED มาพร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกหน้า ตกแต่งใต้กันชนด้วยวัสดุสีเงินรอบคัน มาพร้อมไฟท้าย LED และไฟเบรกแนวตั้ง เพิ่มความดุดันด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมล้ออัลลอยทูโทนขนาด 16 นิ้ว พร้อมราวหลังคาเพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระมากขึ้น คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยลวดลาย CarbonFiber ตัดกับเส้นโครเมียม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับทุกฟังก์ชั่น เช่น มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงสถานะข้อมูลสำคัญของรถ นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับความบันเทิงด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้วพร้อมการประมวลผลและปรับแต่งเสียงดิจิตอล ด้วยฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ Bluetooth การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay / Android Auto รวมถึงขั้วต่อ USB และ HDMI ที่คอนโซลหน้ารวมถึงแหล่งจ่ายไฟสำรอง 12V สูงสุด 3 ตำแหน่งในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบายด้วยที่นั่ง 3 แถว 7 เบาะนั่งแถวที่ 2 พับแยกได้ ที่นั่ง 60:40 เลื่อนได้ 240 มม. ฟังก์ชัน D-Shape พร้อมปุ่มควบคุมเสียงและคำสั่งของสมาร์ทโฟน เข้าถึงและออกอย่างสะดวกสบายด้วยระบบ Keyless Push Start และระบบ Keyless Entry ประตูสามารถเปิดและปิดได้ โดยไม่ต้องกดปุ่มรีโมทรวมถึงกระจกมองข้างแบบปรับไฟฟ้า ให้ผู้ขับขี่รู้สึกสบายตลอดการใช้งาน ในขณะนั้น ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุดของ SUZUKI XL7 ผ่านการทดลองขับพิเศษ นอกจากการขับรถเข้าและออกจากเมืองบนเส้นทางที่ราบรื่นของทางหลวงในประเทศต่างๆ แล้ว ลอง XL7 ในเส้นทางที่ยากลำบาก ในเขตทุรกันดารที่แห้งแล้งน้ำเป็นสิ่งที่ดี ในเขตอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ที่มากกว่าถนนทั่วไป ว่ากันว่าพร้อมที่จะเข้าไปในพื้นที่มากกว่ารถยนต์นั่งทั่วไป เมื่อรวมกับความเก่งกาจของชีวิตที่วุ่นวายในปัจจุบัน SUZUKI XL7 จึงเป็นมากกว่ารถเอนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด XL7 ใช้เครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ประสิทธิภาพและอัตราทดเกียร์ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับประสบการณ์การขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ เพียงพอสำหรับการเดินทางเต็มน้ำหนักสำหรับทั้งคนและกระเป๋าเดินทาง เมื่อรวมกับแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของซูซูกิที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในครอบครัว เพลิดเพลินกับการขับขี่ ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากขึ้น ช่วงล่างได้รับการออกแบบและปรับแต่งให้ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ด้วยความสูงใต้ท้องรถ 200 มม. จึงให้ความนุ่มนวลและมั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยเหล็กกันโคลงด้านหน้าขนาดใหญ่ ลดความมั่นคงของร่างกายและเพิ่มการยึดเกาะถนน มาพร้อมถุงลมคู่หน้า SRS ระบบเบรก ABS ระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก รวมถึงระบบช่วยสตาร์ทขณะอยู่บนทางลาดชัน ISOFIX จุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก และกล้องมองภาพแบบผูกเชือกด้านบนพร้อมเซนเซอร์ เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบกุญแจ Immobilzer สอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ .

ค้นหาบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับคีย์เวิร์ด ซูซูกิ xl7

ด้านล่างนี้คือผลการค้นหาสำหรับคำหลัก “ซูซูกิ xl7” จากหน้า Wikipedia ThaiLand ที่มีการค้นหามากที่สุดใน Google

Related Articles

ดูโพสต์ที่เจาะจงมากขึ้น

รูปภาพของ ซูซูกิ xl7

ซูซูกิ xl7
ซูซูกิ xl7

แหล่งที่มาของวิดีโอ Drive All Road SUZUKI XL7 ลองขับรถอเนกประสงค์หลากหลายเส้นทาง เขยิบราคาสีสันทูโทน ลุยตลาด Compact MPV

https://www.youtube.com/watch?v=t0pcz50MrTM

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Drive All Road SUZUKI XL7 ลองขับรถอเนกประสงค์หลากหลายเส้นทาง เขยิบราคาสีสันทูโทน ลุยตลาด Compact MPV

  • ผู้แต่ง: Atiti Sasiroj
  • จำนวนการดู: 970
  • อัตรา: 5.00
  • ชอบ: 12
  • ไม่ชอบ:
  • ค้นหาคำสำคัญ: SUZUKI XL7,XL7,HEARTECT,K15B,วัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด,ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย,บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด,Suzuki Motor Thailand,Suzuki Thailand,ซูซูกิ XL7,ซูซูกิ เอ๊กซ์แอล7,Compact MPV,Multi-Dynamic Crossover,THINK XL,รถยนต์อเนกประสงค์,รถอเนกประสงค์,ลองขับ Suzuki XL7,Review Suzuki XL7,รีวิว Suzuki XL7
  • คีย์เวิร์ดอื่นๆ: ซูซูกิ xl7
  • คำอธิบายวิดีโอ: กลางมีนาคม 2022 Suzuki Motor Thailand ปรับโฉม SUZUKI XL7 เพิ่มสีทูโทน ต่อยอดความนิยมในตลาดรถยนต์เอนกประสงค์ เอ็มพีวี 3 แถว 7 ที่นั่ง เน้นสมรรถนะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคนี้ในสไตล์ Multi-Dynamic Crossover ราคาเริ่มต้นที่ 799,000 บาท เล็งเพิ่ม ส่วนแบ่งในตลาด MPV ขนาดกะทัดรัดหลังจากได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย ทำให้ XL7 เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ การันตีคุณภาพและความนิยมด้วยยอดขายสะสมกว่า 6,000 คันในประเทศไทย ตั้งแต่การเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในช่วงกลางปี ​​2020 ภายใต้สไตล์ Multi-Dynamic Crossover ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานเทคโนโลยีที่ครบครัน โดดเด่นภายใต้แนวคิด THINK XL ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่น ล่าสุด ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในรถเอสยูวีขนาดกะทัดรัด โดยเปิดตัว ซูซูกิ XL7 สีใหม่ สไตล์ทูโทน โดย มร. มิโนรุ อามาโนะ ประธานบริษัทซูซูกิ บริษัท มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความร้อนแรงของตลาด MPV SUV หลายค่ายได้ส่งผู้เล่นรายใหม่มาแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ขับเคลื่อนกลุ่มนี้ให้เติบโตต่อไป เป็นการดีสำหรับผู้บริโภคที่จะมีทางเลือกมากขึ้น โดย SUZUKI XL7 จะมีความโดดเด่นและดุดันมากขึ้น ในขณะที่ยังคงสมรรถนะตามปกติของ SUZUKI XL7 ไว้ Multi-Dynamic Crossover” นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI XL7 โดดเด่นด้วยสีทูโทน หลังคาสีดำตัดกับสีของตัวรถ เสริมความสปอร์ตด้วยกระจกมองข้างสีดำคมและกระจังหน้าดุดันด้วยดีไซน์สปอร์ตสีดำผสมโครเมียม ปรับมุมไฟต่ำให้สอดคล้องกับไฟหน้าแบบ LED มาพร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกหน้า ตกแต่งใต้กันชนด้วยวัสดุสีเงินรอบคัน มาพร้อมไฟท้าย LED และไฟเบรกแนวตั้ง เพิ่มความดุดันด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมล้ออัลลอยทูโทนขนาด 16 นิ้ว พร้อมราวหลังคาเพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระมากขึ้น คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยลวดลาย CarbonFiber ตัดกับเส้นโครเมียม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับทุกฟังก์ชั่น เช่น มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงสถานะข้อมูลสำคัญของรถ นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับความบันเทิงด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้วพร้อมการประมวลผลและปรับแต่งเสียงดิจิตอล ด้วยฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ Bluetooth การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay / Android Auto รวมถึงขั้วต่อ USB และ HDMI ที่คอนโซลหน้ารวมถึงแหล่งจ่ายไฟสำรอง 12V สูงสุด 3 ตำแหน่งในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบายด้วยที่นั่ง 3 แถว 7 เบาะนั่งแถวที่ 2 พับแยกได้ ที่นั่ง 60:40 เลื่อนได้ 240 มม. ฟังก์ชัน D-Shape พร้อมปุ่มควบคุมเสียงและคำสั่งของสมาร์ทโฟน เข้าถึงและออกอย่างสะดวกสบายด้วยระบบ Keyless Push Start และระบบ Keyless Entry ประตูสามารถเปิดและปิดได้ โดยไม่ต้องกดปุ่มรีโมทรวมถึงกระจกมองข้างแบบปรับไฟฟ้า ให้ผู้ขับขี่รู้สึกสบายตลอดการใช้งาน ในขณะนั้น ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุดของ SUZUKI XL7 ผ่านการทดลองขับพิเศษ นอกจากการขับรถเข้าและออกจากเมืองบนเส้นทางที่ราบรื่นของทางหลวงในประเทศต่างๆ แล้ว ลอง XL7 ในเส้นทางที่ยากลำบาก ในเขตทุรกันดารที่แห้งแล้งน้ำเป็นสิ่งที่ดี ในเขตอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ที่มากกว่าถนนทั่วไป ว่ากันว่าพร้อมที่จะเข้าไปในพื้นที่มากกว่ารถยนต์นั่งทั่วไป เมื่อรวมกับความเก่งกาจของชีวิตที่วุ่นวายในปัจจุบัน SUZUKI XL7 จึงเป็นมากกว่ารถเอนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด XL7 ใช้เครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ประสิทธิภาพและอัตราทดเกียร์ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับประสบการณ์การขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ เพียงพอสำหรับการเดินทางเต็มน้ำหนักสำหรับทั้งคนและกระเป๋าเดินทาง เมื่อรวมกับแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของซูซูกิที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในครอบครัว เพลิดเพลินกับการขับขี่ ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากขึ้น ช่วงล่างได้รับการออกแบบและปรับแต่งให้ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ด้วยความสูงใต้ท้องรถ 200 มม. จึงให้ความนุ่มนวลและมั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยเหล็กกันโคลงด้านหน้าขนาดใหญ่ ลดความมั่นคงของร่างกายและเพิ่มการยึดเกาะถนน มาพร้อมถุงลมคู่หน้า SRS ระบบเบรก ABS ระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก รวมถึงระบบช่วยสตาร์ทขณะอยู่บนทางลาดชัน ISOFIX จุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก และกล้องมองภาพแบบผูกเชือกด้านบนพร้อมเซนเซอร์ เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบกุญแจ Immobilzer สอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ .

กลางมีนาคม 2022 Suzuki Motor Thailand ปรับโฉม SUZUKI XL7 เพิ่มสีทูโทน ต่อยอดความนิยมในตลาดรถยนต์เอนกประสงค์ เอ็มพีวี 3 แถว 7 ที่นั่ง เน้นสมรรถนะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคนี้ในสไตล์ Multi-Dynamic Crossover ราคาเริ่มต้นที่ 799,000 บาท เล็งเพิ่ม ส่วนแบ่งในตลาด MPV ขนาดกะทัดรัดหลังจากได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย ทำให้ XL7 เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ การันตีคุณภาพและความนิยมด้วยยอดขายสะสมกว่า 6,000 คันในประเทศไทย ตั้งแต่การเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในช่วงกลางปี ​​2020 ภายใต้สไตล์ Multi-Dynamic Crossover ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานเทคโนโลยีที่ครบครัน โดดเด่นภายใต้แนวคิด THINK XL ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่น ล่าสุด ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในรถเอสยูวีขนาดกะทัดรัด โดยเปิดตัว ซูซูกิ XL7 สีใหม่ สไตล์ทูโทน โดย มร. มิโนรุ อามาโนะ ประธานบริษัทซูซูกิ บริษัท มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความร้อนแรงของตลาด MPV SUV หลายค่ายได้ส่งผู้เล่นรายใหม่มาแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ขับเคลื่อนกลุ่มนี้ให้เติบโตต่อไป เป็นการดีสำหรับผู้บริโภคที่จะมีทางเลือกมากขึ้น โดย SUZUKI XL7 จะมีความโดดเด่นและดุดันมากขึ้น ในขณะที่ยังคงสมรรถนะตามปกติของ SUZUKI XL7 ไว้ Multi-Dynamic Crossover” นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI XL7 โดดเด่นด้วยสีทูโทน หลังคาสีดำตัดกับสีของตัวรถ เสริมความสปอร์ตด้วยกระจกมองข้างสีดำคมและกระจังหน้าดุดันด้วยดีไซน์สปอร์ตสีดำผสมโครเมียม ปรับมุมไฟต่ำให้สอดคล้องกับไฟหน้าแบบ LED มาพร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกหน้า ตกแต่งใต้กันชนด้วยวัสดุสีเงินรอบคัน มาพร้อมไฟท้าย LED และไฟเบรกแนวตั้ง เพิ่มความดุดันด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมล้ออัลลอยทูโทนขนาด 16 นิ้ว พร้อมราวหลังคาเพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระมากขึ้น คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยลวดลาย CarbonFiber ตัดกับเส้นโครเมียม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับทุกฟังก์ชั่น เช่น มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงสถานะข้อมูลสำคัญของรถ นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับความบันเทิงด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้วพร้อมการประมวลผลและปรับแต่งเสียงดิจิตอล ด้วยฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ Bluetooth การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay / Android Auto รวมถึงขั้วต่อ USB และ HDMI ที่คอนโซลหน้ารวมถึงแหล่งจ่ายไฟสำรอง 12V สูงสุด 3 ตำแหน่งในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบายด้วยที่นั่ง 3 แถว 7 เบาะนั่งแถวที่ 2 พับแยกได้ ที่นั่ง 60:40 เลื่อนได้ 240 มม. ฟังก์ชัน D-Shape พร้อมปุ่มควบคุมเสียงและคำสั่งของสมาร์ทโฟน เข้าถึงและออกอย่างสะดวกสบายด้วยระบบ Keyless Push Start และระบบ Keyless Entry ประตูสามารถเปิดและปิดได้ โดยไม่ต้องกดปุ่มรีโมทรวมถึงกระจกมองข้างแบบปรับไฟฟ้า ให้ผู้ขับขี่รู้สึกสบายตลอดการใช้งาน ในขณะนั้น ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุดของ SUZUKI XL7 ผ่านการทดลองขับพิเศษ นอกจากการขับรถเข้าและออกจากเมืองบนเส้นทางที่ราบรื่นของทางหลวงในประเทศต่างๆ แล้ว ลอง XL7 ในเส้นทางที่ยากลำบาก ในเขตทุรกันดารที่แห้งแล้งน้ำเป็นสิ่งที่ดี ในเขตอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ที่มากกว่าถนนทั่วไป ว่ากันว่าพร้อมที่จะเข้าไปในพื้นที่มากกว่ารถยนต์นั่งทั่วไป เมื่อรวมกับความเก่งกาจของชีวิตที่วุ่นวายในปัจจุบัน SUZUKI XL7 จึงเป็นมากกว่ารถเอนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด XL7 ใช้เครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ประสิทธิภาพและอัตราทดเกียร์ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับประสบการณ์การขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ เพียงพอสำหรับการเดินทางเต็มน้ำหนักสำหรับทั้งคนและกระเป๋าเดินทาง เมื่อรวมกับแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของซูซูกิที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในครอบครัว เพลิดเพลินกับการขับขี่ ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากขึ้น ช่วงล่างได้รับการออกแบบและปรับแต่งให้ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ด้วยความสูงใต้ท้องรถ 200 มม. จึงให้ความนุ่มนวลและมั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยเหล็กกันโคลงด้านหน้าขนาดใหญ่ ลดความมั่นคงของร่างกายและเพิ่มการยึดเกาะถนน มาพร้อมถุงลมคู่หน้า SRS ระบบเบรก ABS ระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก รวมถึงระบบช่วยสตาร์ทขณะอยู่บนทางลาดชัน ISOFIX จุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก และกล้องมองภาพแบบผูกเชือกด้านบนพร้อมเซนเซอร์ เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบกุญแจ Immobilzer สอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ .

กลางมีนาคม 2022 Suzuki Motor Thailand ปรับโฉม SUZUKI XL7 เพิ่มสีทูโทน ต่อยอดความนิยมในตลาดรถยนต์เอนกประสงค์ เอ็มพีวี 3 แถว 7 ที่นั่ง เน้นสมรรถนะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคนี้ในสไตล์ Multi-Dynamic Crossover ราคาเริ่มต้นที่ 799,000 บาท เล็งเพิ่ม ส่วนแบ่งในตลาด MPV ขนาดกะทัดรัดหลังจากได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย ทำให้ XL7 เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ การันตีคุณภาพและความนิยมด้วยยอดขายสะสมกว่า 6,000 คันในประเทศไทย ตั้งแต่การเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในช่วงกลางปี ​​2020 ภายใต้สไตล์ Multi-Dynamic Crossover ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานเทคโนโลยีที่ครบครัน โดดเด่นภายใต้แนวคิด THINK XL ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่น ล่าสุด ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในรถเอสยูวีขนาดกะทัดรัด โดยเปิดตัว ซูซูกิ XL7 สีใหม่ สไตล์ทูโทน โดย มร. มิโนรุ อามาโนะ ประธานบริษัทซูซูกิ บริษัท มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความร้อนแรงของตลาด MPV SUV หลายค่ายได้ส่งผู้เล่นรายใหม่มาแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ขับเคลื่อนกลุ่มนี้ให้เติบโตต่อไป เป็นการดีสำหรับผู้บริโภคที่จะมีทางเลือกมากขึ้น โดย SUZUKI XL7 จะมีความโดดเด่นและดุดันมากขึ้น ในขณะที่ยังคงสมรรถนะตามปกติของ SUZUKI XL7 ไว้ Multi-Dynamic Crossover” นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI XL7 โดดเด่นด้วยสีทูโทน หลังคาสีดำตัดกับสีของตัวรถ เสริมความสปอร์ตด้วยกระจกมองข้างสีดำคมและกระจังหน้าดุดันด้วยดีไซน์สปอร์ตสีดำผสมโครเมียม ปรับมุมไฟต่ำให้สอดคล้องกับไฟหน้าแบบ LED มาพร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกหน้า ตกแต่งใต้กันชนด้วยวัสดุสีเงินรอบคัน มาพร้อมไฟท้าย LED และไฟเบรกแนวตั้ง เพิ่มความดุดันด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมล้ออัลลอยทูโทนขนาด 16 นิ้ว พร้อมราวหลังคาเพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระมากขึ้น คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยลวดลาย CarbonFiber ตัดกับเส้นโครเมียม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับทุกฟังก์ชั่น เช่น มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงสถานะข้อมูลสำคัญของรถ นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับความบันเทิงด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้วพร้อมการประมวลผลและปรับแต่งเสียงดิจิตอล ด้วยฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ Bluetooth การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay / Android Auto รวมถึงขั้วต่อ USB และ HDMI ที่คอนโซลหน้ารวมถึงแหล่งจ่ายไฟสำรอง 12V สูงสุด 3 ตำแหน่งในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบายด้วยที่นั่ง 3 แถว 7 เบาะนั่งแถวที่ 2 พับแยกได้ ที่นั่ง 60:40 เลื่อนได้ 240 มม. ฟังก์ชัน D-Shape พร้อมปุ่มควบคุมเสียงและคำสั่งของสมาร์ทโฟน เข้าถึงและออกอย่างสะดวกสบายด้วยระบบ Keyless Push Start และระบบ Keyless Entry ประตูสามารถเปิดและปิดได้ โดยไม่ต้องกดปุ่มรีโมทรวมถึงกระจกมองข้างแบบปรับไฟฟ้า ให้ผู้ขับขี่รู้สึกสบายตลอดการใช้งาน ในขณะนั้น ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุดของ SUZUKI XL7 ผ่านการทดลองขับพิเศษ นอกจากการขับรถเข้าและออกจากเมืองบนเส้นทางที่ราบรื่นของทางหลวงในประเทศต่างๆ แล้ว ลอง XL7 ในเส้นทางที่ยากลำบาก ในเขตทุรกันดารที่แห้งแล้งน้ำเป็นสิ่งที่ดี ในเขตอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ที่มากกว่าถนนทั่วไป ว่ากันว่าพร้อมที่จะเข้าไปในพื้นที่มากกว่ารถยนต์นั่งทั่วไป เมื่อรวมกับความเก่งกาจของชีวิตที่วุ่นวายในปัจจุบัน SUZUKI XL7 จึงเป็นมากกว่ารถเอนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด XL7 ใช้เครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ประสิทธิภาพและอัตราทดเกียร์ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับประสบการณ์การขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ เพียงพอสำหรับการเดินทางเต็มน้ำหนักสำหรับทั้งคนและกระเป๋าเดินทาง เมื่อรวมกับแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของซูซูกิที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในครอบครัว เพลิดเพลินกับการขับขี่ ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากขึ้น ช่วงล่างได้รับการออกแบบและปรับแต่งให้ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ด้วยความสูงใต้ท้องรถ 200 มม. จึงให้ความนุ่มนวลและมั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยเหล็กกันโคลงด้านหน้าขนาดใหญ่ ลดความมั่นคงของร่างกายและเพิ่มการยึดเกาะถนน มาพร้อมถุงลมคู่หน้า SRS ระบบเบรก ABS ระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก รวมถึงระบบช่วยสตาร์ทขณะอยู่บนทางลาดชัน ISOFIX จุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก และกล้องมองภาพแบบผูกเชือกด้านบนพร้อมเซนเซอร์ เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบกุญแจ Immobilzer สอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ .

กลางมีนาคม 2022 Suzuki Motor Thailand ปรับโฉม SUZUKI XL7 เพิ่มสีทูโทน ต่อยอดความนิยมในตลาดรถยนต์เอนกประสงค์ เอ็มพีวี 3 แถว 7 ที่นั่ง เน้นสมรรถนะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคนี้ในสไตล์ Multi-Dynamic Crossover ราคาเริ่มต้นที่ 799,000 บาท เล็งเพิ่ม ส่วนแบ่งในตลาด MPV ขนาดกะทัดรัดหลังจากได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย ทำให้ XL7 เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ การันตีคุณภาพและความนิยมด้วยยอดขายสะสมกว่า 6,000 คันในประเทศไทย ตั้งแต่การเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในช่วงกลางปี ​​2020 ภายใต้สไตล์ Multi-Dynamic Crossover ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานเทคโนโลยีที่ครบครัน โดดเด่นภายใต้แนวคิด THINK XL ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่น ล่าสุด ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในรถเอสยูวีขนาดกะทัดรัด โดยเปิดตัว ซูซูกิ XL7 สีใหม่ สไตล์ทูโทน โดย มร. มิโนรุ อามาโนะ ประธานบริษัทซูซูกิ บริษัท มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความร้อนแรงของตลาด MPV SUV หลายค่ายได้ส่งผู้เล่นรายใหม่มาแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ขับเคลื่อนกลุ่มนี้ให้เติบโตต่อไป เป็นการดีสำหรับผู้บริโภคที่จะมีทางเลือกมากขึ้น โดย SUZUKI XL7 จะมีความโดดเด่นและดุดันมากขึ้น ในขณะที่ยังคงสมรรถนะตามปกติของ SUZUKI XL7 ไว้ Multi-Dynamic Crossover” นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI XL7 โดดเด่นด้วยสีทูโทน หลังคาสีดำตัดกับสีของตัวรถ เสริมความสปอร์ตด้วยกระจกมองข้างสีดำคมและกระจังหน้าดุดันด้วยดีไซน์สปอร์ตสีดำผสมโครเมียม ปรับมุมไฟต่ำให้สอดคล้องกับไฟหน้าแบบ LED มาพร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกหน้า ตกแต่งใต้กันชนด้วยวัสดุสีเงินรอบคัน มาพร้อมไฟท้าย LED และไฟเบรกแนวตั้ง เพิ่มความดุดันด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมล้ออัลลอยทูโทนขนาด 16 นิ้ว พร้อมราวหลังคาเพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระมากขึ้น คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยลวดลาย CarbonFiber ตัดกับเส้นโครเมียม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับทุกฟังก์ชั่น เช่น มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงสถานะข้อมูลสำคัญของรถ นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับความบันเทิงด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้วพร้อมการประมวลผลและปรับแต่งเสียงดิจิตอล ด้วยฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ Bluetooth การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay / Android Auto รวมถึงขั้วต่อ USB และ HDMI ที่คอนโซลหน้ารวมถึงแหล่งจ่ายไฟสำรอง 12V สูงสุด 3 ตำแหน่งในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบายด้วยที่นั่ง 3 แถว 7 เบาะนั่งแถวที่ 2 พับแยกได้ ที่นั่ง 60:40 เลื่อนได้ 240 มม. ฟังก์ชัน D-Shape พร้อมปุ่มควบคุมเสียงและคำสั่งของสมาร์ทโฟน เข้าถึงและออกอย่างสะดวกสบายด้วยระบบ Keyless Push Start และระบบ Keyless Entry ประตูสามารถเปิดและปิดได้ โดยไม่ต้องกดปุ่มรีโมทรวมถึงกระจกมองข้างแบบปรับไฟฟ้า ให้ผู้ขับขี่รู้สึกสบายตลอดการใช้งาน ในขณะนั้น ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุดของ SUZUKI XL7 ผ่านการทดลองขับพิเศษ นอกจากการขับรถเข้าและออกจากเมืองบนเส้นทางที่ราบรื่นของทางหลวงในประเทศต่างๆ แล้ว ลอง XL7 ในเส้นทางที่ยากลำบาก ในเขตทุรกันดารที่แห้งแล้งน้ำเป็นสิ่งที่ดี ในเขตอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ที่มากกว่าถนนทั่วไป ว่ากันว่าพร้อมที่จะเข้าไปในพื้นที่มากกว่ารถยนต์นั่งทั่วไป เมื่อรวมกับความเก่งกาจของชีวิตที่วุ่นวายในปัจจุบัน SUZUKI XL7 จึงเป็นมากกว่ารถเอนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด XL7 ใช้เครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ประสิทธิภาพและอัตราทดเกียร์ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับประสบการณ์การขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ เพียงพอสำหรับการเดินทางเต็มน้ำหนักสำหรับทั้งคนและกระเป๋าเดินทาง เมื่อรวมกับแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของซูซูกิที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในครอบครัว เพลิดเพลินกับการขับขี่ ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากขึ้น ช่วงล่างได้รับการออกแบบและปรับแต่งให้ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ด้วยความสูงใต้ท้องรถ 200 มม. จึงให้ความนุ่มนวลและมั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยเหล็กกันโคลงด้านหน้าขนาดใหญ่ ลดความมั่นคงของร่างกายและเพิ่มการยึดเกาะถนน มาพร้อมถุงลมคู่หน้า SRS ระบบเบรก ABS ระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก รวมถึงระบบช่วยสตาร์ทขณะอยู่บนทางลาดชัน ISOFIX จุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก และกล้องมองภาพแบบผูกเชือกด้านบนพร้อมเซนเซอร์ เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบกุญแจ Immobilzer สอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ .

แหล่งรวม: Đại lý Hyundai Bình Dương

#Drive #Road #SUZUKI #XL7 #ลองขบรถอเนกประสงคหลากหลายเสนทาง #เขยบราคาสสนทโทน #ลยตลาด #Compact #MPV

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button